วันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2559

ความรัก คืออะไร ?

หลายคนพยายาม หาความหมายของมัน พยายามทำความเข้าใจ พยายามนิยามความรัก เท่าที่จะทำได้ แต่ต่อให้ใช้เวลามากแค่ไหน ก็คงนิยามความหมายของความรักได้ ไม่หมด กระดาษสักกี่แผ่น ผืนดินทั้งผืน ผืนฟ้าทั้งฟ้า เวลาทั้งชีวิต ก็คงไม่เพียงพอ เพราะความรัก มีหลายแง่มุม มีหลากหลายนิยาม

หรือจริงๆ ความรัก มันไม่สำคัญที่ความหมาย ?  แต่สำคัญว่าเรามันมีมันอยู่หรือป่าว ?

และหากมีเวลามากเพียงพอที่คุณจะใช้ เพื่อนิยามความหมายของมัน มันก็อาจไม่สำคัญไปกว่า การใช้เวลาทั้งหมดที่คุณมีนั้น ทำให้คนที่คุณรัก มีความหมายต่อตัวคุณ

สำหรับความรัก เราไม่ได้ต้องการ "ความหมาย" ของมัน
สิ่งที่เราต้องการ คือ "ความรัก"

"... อย่าใช้เวลาที่คุณมี เพื่อหาความหมายของมัน
แต่จงใช้เวลาทั้งหมดที่คุณมี ทำให้คนที่คุณรัก มีความหมาย ... "
ความรักคืออะไร?

รัก คือการให้ รัก คือการเข้าใจกัน รัก คือการมีกันและกันอยู่ในใจ สรุปรักคืออะไรกันแน่ คำว่า"รัก" มีนิยามแตกต่างกันไป แล้วแต่ใครจะเป็นคนนิยาม ความรักในความหมายของเรา กับความรักในความหมายของคนหน้าปากซอย อาจจะแตกต่างกันคนละขั้วเลยก็ได้ จริงแล้วสิ่งที่คนเรียกว่าความรัก เป็นความรู้สึก ความคิดที่หลากหลายมากมาย ผสมปนเปกัน ซับซ้อนสับสนจนแยกไม่ออก แปลไม่ถูกว่าจะเรียกว่าอะไร ก็เลยนิยามสมมติกันขึ้นมาว่า เนี่ยแหละรัก จากการอนุมานเอา จากความจำ(ที่ไปฟัง ไปอ่านมา) เทียบกับความรู้สึกของตัวเอง  ดังนั้น องค์ประกอบของสิ่งที่เรียกว่ารักของแต่ละคน จึงไม่เหมือนกัน บางคนอาจตีความหมายผิดไป เอาความรู้สึกอะไรก็ไม่รู้มาเรียกว่ารักเลยก็มี (เหมือนกับคนที่ไปฟังมาว่า นก นั้นมีปีก บินได้ ตัวใหญ่ประมาณฝ่ามือ พอไปเห็นค้างคาว มีปีก บินได้ ตัวเท่าๆมือ ก็ฟันธงเลยว่า เนี่ยแหละ นก) ด้วยเหตุนี้ การนิยามคำว่ารัก จึงไม่ตายตัว และไม่ควรยึดว่า รักต้องเป็นอย่างนั้น รักต้องเป็นอย่างนี้ เพราะคำว่ารักเป็นแค่คำๆหนึ่งที่เราเอาไว้เรียกและนิยามกันเอง

องค์ประกอบของสิ่งที่เรียกว่ารักล่ะ?คนส่วนใหญ่ พอพูดถึงคำว่ารัก จะนึกถึงรักแบบหนุ่มสาวก่อนเป็นอันดับแรก ความรักแบบชู้สาว มักประกอบด้วยความรู้สึกที่อยากอยู่ใกล้ๆ อยากได้รับความเอาใจใส่ อยากให้เค้ารักเราตลอดไป อยากอยู่กับสภาพแบบนี้นานๆ เหล่านี้จะขอเรียกว่าองค์ประกอบด้าน"ตัณหา(Desire)" องค์ประกอบอีกอย่างคือ ความรู้สึกประเภท อยากให้เค้ามีความสุข ไม่อยากให้เค้าเป็นทุกข์ อันนี้ขอเหมารวมเรียกว่าองค์ประกอบด้าน"เมตตา(Compassion)" และสิ่งสำคัญสุดท้ายคือ องค์ประกอบด้าน "ความผูกพันธ์/ความสำพันธ์(Relationship)" ยึดเหนี่ยว ยึดติด ความรักจะไปในทางใด ขึ้นอยู่กับความเข้มข้น หรือปริมาณขององค์ประกอบสามอย่างนี้ บางครั้ง การมีเพียงองค์ประกอบอย่างใดอย่างหนึ่งในสามอย่างนี้สำหรับบางคน ก็อาจเรียกว่า"รัก"ได้ 


รักอย่างไรเป็นสุข รักอย่างไรเป็นทุกข์?สิ่งที่จะกำหนดว่ารักจะเป็นเหตุให้เราสุขหรือทุกข์ อยู่ที่องค์ประกอบของความรัก หากมี"ตัณหา"มากกว่า"เมตตา" ความรู้สึกต่อความรักนั้นจะร้อน หวือหวา และส่วนใหญ่จะเป็นทุกข์มากกว่าสุข ความรู้สึกต่อความผู้พันธ์ส่วนใหญ่จะเป็นลบ ทำไมถึงเป็นแบบนั้น? เวลาเราอยากให้คนรักมาสนใจ อยากให้มีคนมาเอาใจ เป็นช่วงที่ใจเรามีความบกพร่อง ดิ้นรนหาสิ่งเติมเต็ม เวลานั้นใจจะไม่มีทางเป็นสุขไปได้เลย ส่งผลให้เวลานึกถึงความผู้พันธ์ ก็จะเป็นความผูกพันธ์แบบ"จะเอา"มากกว่า"ให้" ยิ่งทำให้รู้สึกอยากโน่นอยากนี่หนักเข้าไปอีก ในทางตรงข้าม หากมี"เมตตา"มาก จะเป็นความรักที่เป็นสุข เพราะขณะที่เรารู้สึกอยากให้คนรักมีความสุข พ้นจากทุกข์ จิตใจเราเต็ม พร้อมที่แบ่งปันความสุข ความรู้สึกนั้นให้คนรัก ความรู้สึกแบบนี้เป็นความรู้สึกบวก ทำให้เมื่อความผูกพันธ์ก็เป็นไปในทางบวกด้วยเช่นเดียวกัน ถ้ารักแบบตัณหามันทุกข์ แล้วทำไมคนถึงได้หลงไหลได้ปลื้มกันนัก? เป็นเพราะ หนึ่ง เมื่อมีความความอยากแล้วมันทุกข์ก็จริง แต่เมื่อขณะที่สมอยาก ความอยากก่อนหน้าหายไป ช่วงนั้นเจ้าตัวจะรู้สึกเป็นสุข(จากการที่ทุกข์หายไป) ทำให้จิตใจอยากลิ้มรสความรู้สึกแบบนั้นอีก ถึงแม้ไม่สมอยาก เมื่อมีตัณหาแล้ว จิตใจจะคิดโดยอัตโนมัติว่า ถ้าได้อย่างที่อยากเนี่ย จะมีความสุข จิตใจก็จะดิ้นรนแสวงหาสภาวะแบบที่คิดว่าเป็นสุขนั้น เป็นวงจรอยู่อย่างนี้ แต่ในความเป็นจริง ความสุขที่ได้จากการสมอยากนั้น อยู่ไม่นาน ไม่ยั่งยืน เพียงชั่วแวบเดียวก็กลับกลายเป็นความอยากอื่นต่อไปอีกหนึ่งเหตุผลคือ ไม่เคยรู้สึกว่า ความสุขที่ละเอียดอ่อน ประณีตกว่านั้นเกิดจากรักแบบเมตตา ดั่งเช่นความรู้สึกอยากให้คนที่รักมีความสุข อย่างไม่หวังสิ่งตอบแทนนั้น มีความสุขยิ่งกว่ามากนัก เหตุที่ทำให้คนยังหลงไหลได้ปลื้มกับรักแบบตัณหา คือยังไม่มีความสามารถในการแยกแยะว่า ความรู้สึกแบบไหน ความคิดแบบไหน จะนำไปสู่ผลอย่างไร เมื่อไม่สามารถเห็นได้อย่างละเอียด ก็จับเอาความรู้สึกที่แรง และชัด มาเป็นบรรทัดฐาน มากำหนด ว่า ความรักเป็นความรู้สึกแบบไหน มีแล้วรู้สึกอย่างไร แบบหยาบๆเท่านั้น 

ถ้าเป็นอย่างนั้นแล้ว จะทำอย่างไรดี?สิ่งที่ควรเข้าใจคือ "รัก" เป็นคำที่ใช้อธิบาย กลุ่มก้อนของความรู้สึก ความคิดมากมาย จึงไม่ควรยึดติดว่า มันเป็นอย่างโน้น มันเป็นอย่างนี้ และสิ่งที่ควรรู้คือ รู้ว่า ความรักของเรา ประกอบด้วยอะไรบ้าง เวลาไหนเป็นอย่างไร  รู้สึกอย่างไรแล้วมีผลยังไง ถ้ารู้เท่าทันแล้ว เราจะไม่สับสนอีก ว่าทำไม รักเดียวกันนี้ เดี๋ยวก็ทำให้สุข เดี๋ยวก็ทำให้ทุกข์ เดี๋ยวก็ทำให้อบอุ่น อีกเวลาก็ทำให้เหงาจับใจ แต่จิตใจคน ไม่ใช่อะไรที่จะเข้าใจและมองเห็นได้ง่ายๆอย่างที่คิด เพราะความรู้สึกและความคิด เกิดเร็ว ดับเร็วมาก จนบางครั้งแยกแยะไม่ออกว่าอะไรเป็นอะไร คงเคยมีที่บางครั้งเราหวังดีกับใครสักคน ให้คำแนะนำด้วยความเมตตา แต่พอเห็นอีกฝ่ายไม่สนใจ ทำหูทวนลม หรือทำตรงข้ามกับที่สอน ก็ฟิวส์ขาดด่ากราดด้วยความโกรธ หรือไม่ก็นึกไม่พอใจอยู่คนเดียว ตรงนี้คนที่มองความรู้สึกตัวเองไม่ทันก็อาจเหมาสรุปไปว่า ความหวังดี ทำให้เป็นทุกข์! แต่จริงๆแล้วมันไม่ใช่ ความหวังดี หรือเมตตา เกิดขึ้น ขณะนั้นเรามีความสุข แต่หลังจากนั้นเราก็เกิดความคาดหวัง อยากให้เค้าเป็นอย่างใจ ตรงนี้เป็นตัณหา เมื่อเค้าไม่เป็นอย่างใจ ก็เกิดความไม่พอใจ ตรงนี้เป็นโทสะ สิ่งที่ตามมาคือ ความทุกข์ใจ เพราะไฟโกรธเผาใจอยู่นั่นเอง ถ้าสังเกตุและแยกแยะออก ก็จะเข้าใจว่า ความหวังดี ไม่ได้เป็นเหตุของความทุกข์ ความคาดหวังต่างหาก ตัณหาต่างหากที่เป็นเหตุ ความรักก็เช่นเดียวกัน ความรู้สึกอยากจะให้ไม่ก่อให้เกิดทุกข์ ความรู้สึกอยากจะเอานั่นแหละ ต้นตอของอารมณ์ด้านลบทั้งหลาย เช่น โกรธ หึง หวง เหงา เศร้า 

ดังนั้นสิ่งที่ควรเข้าใจเกี่ยวกับความรัก จึงไม่ใช่เรื่องแบบ ผู้หญิงขี้หึง ผู้ชายหล่อมักเจ้าชู้ ผู้ชายนิสัยแบบนี้น่าคบ ผู้หญิงท่าทางแบบนี้นิสัยเสีย บทสรุปพวกนี้เป็นการสรุปเอาเองโดยความคิดและประสบการณ์ ไม่จำเป็นต้องจริงเสมอไป สิ่งที่ควรเข้าใจคือจิตใจของเราเอง และเมื่อเราเข้าใจจิตใจของตัวเองแล้ว การเข้าใจจิตใจคนอื่นก็เป็นเรื่องไม่ยาก เมื่อเข้าใจคนเอง เข้าใจคู่รัก เราก็จะไม่รักอย่างหลงๆ รักลมๆแล้งๆ ชีวิตรักจะมีความสุข และนี่แหละเรียกได้ว่าเป็นคนที่ "รักเป็น" 

by Jakkrapan Joke Jaksamitthanon
January 26th, 2011 - Wrote
October 1st, 2015 - Republished

ความรักคือ...
เรื่องโดย : เมอร์ลิน

          บ่อยครั้งไหม ที่คุณรู้สึกอยากมีความรัก และอยากให้ใครสักคนมารักคุณ? ซึ่งอันที่จริงก็ถามไปอย่างงั้นเอง เพราะใคร ๆ ย่อมอยากมีความรักที่ดีกันทั้งนั้น ยิ่งถ้าได้รักกับ "คนที่คุณก็รักเค้าด้วย" (ต่างฝ่ายต่างรัก) ละก็ โอ้โห...ย่อมเจ๋งเข้าไปใหญ่ หากใครโชคดีมีรักอย่างนี้เข้า ก็ขอแสดงความยินดีด้วยนะจ๊ะ เพราะเท่ากับว่าอย่างน้อยชีวิตนี้ก็ประสบความสำเร็จไปอย่างนึงแล้ว

          แต่เฮ้อ เรื่องความรง...ความรักอะไรเนี่ย เป็นสิ่งที่จะไปบังคับจิตบังคับใจกันก็ไม่ได้ เช่น ถ้าเราถูกใจใครสักคน แล้วเผื่อคนนั้นไม่เล่นด้วย หรือไม่สนใจไยดีเราตอบ เราก็จ๋อยลิ้นห้อยไปเลยน่ะซี ซึ่งในทางตรงข้าม หากมีใครมาหลงใหลได้ปลื้มเราขึ้นมาล่ะ (อ่ะ ต้องเข้าข้างตัวเองหน่อยสิยะ) แต่เรากลับไม่ได้มีใจไปชอบเค้าในเชิงอยากได้มาเป็นแฟนซะหน่อย เหตุการณ์นี้ก็เกิดขึ้นได้เหมือนกัน

          ซึ่งพูดนี่ก็หมายความว่า ในเมื่อเราเลือกใครสักคน (หรือหลายคนก็แล้วแต่) มาคบหาสมาคม, เฮฮาสังสรรค์ปาร์ตี้ หรือมาเป็นแฟนได้ละก็ คนอื่นเค้าก็มีสิทธิ์ที่จะเลือกได้เช่นกันนั่นแหละ ดังนั้น หากท่านใดดั๊นไปตกหลุมรักเค้าข้างเดียวขึ้นมา ก็อย่าเสียใจหรือคร่ำครวญ โอดโอยให้เสียเวลาอยู่เลย แต่ควรคิดกลับกันสิว่า เออเป็นงี้ก็ดีเหมือนกัน จะได้ทำให้ เรามีโอกาสไปเจอกับคนอื่น ๆ ที่อาจมีดีกว่าคนที่เรามีใจให้ก็ได้ ฮี่โธ่...คนสวยแก้มใสอย่างคุณ ๆ ถึงไงก็ไม่อับโชคในเรื่องความรักหรอกน่า

          หรือ ถ้ากะอยู่เป็นโสดก็ไม่เห็นเป็นไร ยิ่งเดี๋ยวนี้มีคนเป็นโสดกันเยอะแยะ ทั้งหนุ่มโฉด เอ๊ย หนุ่มโสดและสาวโสดมีเกลื่อนเมือง ก็บอกแล้วไงเรื่องเลิฟน่ะ มันเป็นความพอใจของแต่ละคน ด้วยเหตุนี้ ใคร ๆ ถึงได้ให้นิยามหรือความหมายของความรักไปต่าง ๆ นานาไงละจ๊ะ


ความรัก

      
          1. ความรัก คือ การเริ่มต้นผจญภัยครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิต เพราะไม่มีใครรู้หรอกว่า วันข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น...อู้หูฟังแล้วสะใจฮ้า แถมการผจญภัยที่ว่า อาจทำให้ผู้ที่อินเลิฟมีความสุขสุด ๆ ไปเลยก็ได้ หรือทำให้โศกเศร้าเคล้าน้ำตา ก็ขึ้นอยู่กับตัวคุณเองนั่นแหละไปเลือกใครมาเป็นคู่รัก!

          2. ความรักคือ ขอให้คนที่เรารักมีความสุขก็พอแล้ว...นั่นแน่ แสดงว่ารักเค้ามากสิท่า

          3. ความรัก คือ การให้ ให้อะไรก็ได้โดยไม่หวังผลตอบแทน เช่น ให้ความรู้, ให้สิ่งของ, ให้ความเป็นมิตร, ให้ความเข้าใจ, ให้คำปรึกษา, ให้ความจริงใจ, ให้ความเอื้ออาทร และแท่น แท้น ให้ความคิดถึงคนึงหาไงละจ้า แหมได้ยินงี้ ทำให้ชักอยากมีความรักทำนองนี้ซะแล้วสิ

          4. ความรัก คือ การเอาใจใส่คนที่เรารัก เสมือนเราเอาใจใส่ตัวเราเองนั่นแหละ แหมอยากมีแฟนอย่างนี้จัง งั้นใครบอกหน่อยได้ม้า...ว่าจะหาได้ที่ไหน?

          5. ความรัก คือ ทำอย่างไรก็ได้ ให้เค้ารักเราก็ละกัน... เอ้าเฮ้ย งั้นแสดงว่าถ้าต้องเปลี่ยนตัวเองเพื่อให้เค้าพอใจก็ยอมงั้นเรอะ? ซึ่งเรื่องจริงไม่อิงนิยายก็มีคนที่ยอมเปลี่ยนตัวเองเพื่อเอาใจแฟนจริง ๆ นั่นแหละ เพราะข่าวตะแล้บแก๊ป จากแดนมังกรแจ้งว่า น.ส. เสี่ยวชิง สาวชาวจีน วัย 21 ปี ขอเข้ารับการผ่าตัดศัลยกรรมใบหน้าให้คล้าย "เจสสิกา อัลบ้า" ดาราสาวสุดเซ็กซี่ของฮอลลีวูด เพื่อต้องการให้แฟนหนุ่มของเธอกลับมาคืนดี...โอ๊ยโหยว! สาวจีนคนนี้ใจถึงมาก ๆ แต่หนูมั่นใจรึจ๊ะว่า ถ้าหน้าตาเปลี่ยนไปแล้วจะทำให้แฟนหันมารักหล่อนอีกครั้งจริง ๆ อ่ะ? ที่ถามเนี่ยเพราะกลัวว่า หนูจะเจ็บตัวฟรีมากกว่าอ่ะดิ โธ่ใครจะเปลี่ยนไปเป็นอีกคนได้เหมือนเด๊ะมีด้วยรึ เออเรื่องพิลึกกึกกือหยั่งงี้ก็มีด้วยแฮะ

          6. ความรัก คือ ยาพิษ มีแต่รสขมไม่เห็นจะหอมหวานตรงไหน อื้อหือสงสัยใครที่คิดหยั่งงี้คงผิดหวังมาแล้วละซี ถึงได้มองความรักเป็นสิ่งที่ร้อนรุ่ม กลุ้มใจ อะไรจะปานนั้น

          7. ความรัก คือ ความไม่แน่นอน เดี๋ยววันนี้รัก แต่พรุ่งนี้ใครจะรับประกันได้ละว่าจะยังรักกันอยู่ โหสำหรับบางคนของพรรค์นี้ก็จริงอ่ะนะ แต่ขออย่าให้พวกเรามีรักเป็นงี้เลยเพี้ยง!

          8. ความรัก ทำให้คนตาบอด ทำให้คนงมงาย ทำให้คนฉลาดกลายเป็นคนโง่...โอ้โห ขนาดนั้นเชียว แต่เห็นบางคนไม่เคยเข็ดที่จะมีความรัก...ก็มีนี่หว่า

          9. ความรัก ผลักดันให้เราทำสิ่งต่าง ๆ เพื่อคนที่เรารักได้ โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าทำไมถึงต้องทำงี้ด้วย...โถ รักเค้าก็ย่อมอยากทำให้เค้ามีความสุขไงตัว จะสงสัยทำมั้ย

          10. ความรัก คือ การคิดถึงเค้าตลอดเวลา แม้รู้ว่าเค้าอาจไม่คิดถึงเราในลักษณะเดียวกัน แต่ก็จะทำซะอย่าง ใครจะทำไม....โอ๊ยใครจะไปกล้าทำไร มีแต่จะยุให้ทั้งคู่รักกันยืนยงสิไม่ว่า

          11. ความรัก คือ การพูดถึงคนที่เค้ารักแฮะ โถ ก็คนมันรักล้นออกมาจากใจนี่หว่า จึงอยากเล่าเรื่องกุ๊กกิ๊ก, กิ๊กก๊อกของคุณทั้งคู่ ให้เพื่อน ๆ ฟัง เพื่อหวังจะให้ตื่นเต้นไปด้วยกันมั้งนะ เนี่ยกำลังรักกันก็งี้แหละ รู้สึกอะไร ๆ ที่อยู่รอบตัวก็เป็นสีชมพูหวานแหววไปหมด

          12. ความรัก เปรียบเหมือนเสียงเพลงที่มีทั้งสุข, ทุกข์, เศร้า และสนุกสนาน แถมบางครั้งความรักยังทำให้เราใจเต้นเป็นจังหวะต่าง ๆ ทั้งรุมบ้า, ชะชะช่า, แทงโก้, ดิสโก้ ฯลฯ ซะด้วยดิ เอ้างั้น...ความรักของคุณ ๆ เต้นแรงเป็นจังหวะอะไรกันบ้างน้า

          13. ความรัก คือ การปรับตัวของทั้งสองฝ่าย เพื่อให้ทั้งคู่ใช้ชีวิตร่วมกันได้ไงจ๊ะ

          14. ความรัก คือ การมีเวลาให้แก่กัน ไม่ใช่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดต่อมกระตุกดุกดิกกำเริบจนบ้างาน, บ้ากิจกรรม, บ้าประชุม ซะจนปล่อยให้อีกฝ่ายเหงาหงอยอยู่ข้างเดียว ก็ไม่ไหวเหมียนกันนะตัว ยังไง ๆ ก็ควรเอาใจเค้ามาใส่ใจเราถึงจะถูก โธ่เรื่องขี้ปะติ๋วแค่นี้ หากรักกันจริงก็ทำได้อยู่แล้ว...ใช่ม้าา
ความรักคืออะไร

1.. ความรัก คือ โชคอย่างหนึ่ง เพราะใช่ว่าทุกคนจะมีได้

2.. ความรัก เป็นได้ทั้งมือเเละผ้าพันเเผลเวลาเสียใจ

3.. ความรัก คือ สิ่งเติมเต็มให้ชิวิตไม่รู้สึกขาดอะไรไปอย่างนึง

4.. ความรัก คือ ความหวัง กำลังใจ เเละศรัทธาในกันเเละกัน

5.. ความรัก มีความลับอยู่อย่างหนึ่งว่า ไม่ได้รักในสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขเเต่มีความสุขในสิ่งที่เรารักต่างหาก

6.. ความรัก คือ ศิลปะที่คนมีรักเท่านั้น ที่จะเข้าใจเเละเห็นคุณค่า

7.. ความรัก คือ โอกาสที่เราจะได้พิสูจน์จิตวิญญาณของตัวเอง

8.. ความรัก คือ สิ่งที่ทำให้คนฉลาดกลายเป็นคนโง่ ทำให้คนโง่กลายเป็นคนฉลาด

9.. ความรัก เมื่อสูญเสียไปเเล้ว ก็ยังดีกว่าไม่เคยรัก

10.. ความรัก มิได้เป็นการก้าวนำหรือก้าวตาม เเต่เป็นการก้าวไปพร้อม ๆ กัน

11.. ความรัก ทำให้คนเราเป็นอิสระ จากกฎเกณฑ์เดิม ๆ ของชีวิต

12.. ความรัก ทำให้จดจำคืนพิเศษคืนเดียวไปตลอดชีวิต เพราะทุกคืนที่ไร้ความรัก ก็มิอาจเทียบเท่าได้กับคืนนี้เพียงคืนเดียว

13.. ความรัก คือ การยอมเป็นน้ำเย็น ในขณะที่อีกฝ่ายร้อนเป็นไฟ

14.. ความรัก ที่มีมาเป็นปี ๆ ก็สามารถพังทลายลงได้เพียงเสี้ยววินาที

15.. ความรัก จะยาวนานหรือจะเเสนสั้นทุกอย่างขึ้นอยู่กับวิธีที่รัก

16.. ความรัก กว่าจะพบเจอได้นั้นเเสนยาก อย่าให้มันจบสิ้นเพียววันเดียว

17.. ความรัก สามารถเกิดขึ้นใหม่ได้ตลอดเวลา เหมือนถ่านไฟเก่าที่กำลังคุโชน

18.. ความรัก ต่อให้บอกกันทุกวันว่ารักก็ไม่มีคำว่ามากเกินไปหรอก เเต่... ความเกลียดสิบอกกันครั้งเดียวก็คงไม่อยากได้ยินอีกต่อไป

19.. ความรัก ถ้าไม่รักเเล้วต่อให้พูดมากเท่าใดก็ไม่สามารถรักกันได้

20.. ความรัก สามารถให้อภัยกันได้เสมอโดยไม่มีเงื่อยไขว่ากี่ครั้ง

21.. ความรัก รักได้เเต่อย่าหลงเพราะถ้าหลงเวลาเลิกเเล้วจะเจ็บปวด

22.. ความรัก อยู่เหนือคำทำนายเเละจะไม่มีวันเป็นไปตามคำพยากรณ์ได้

23.. ความรัก คือ สิ่งแปลกใหม่ที่จะทำให้มุมมองของคุณเปลี่ยนไปจากเดิม

24.. ความรัก ทำให้คุณอยู่นิ่งๆเงียบๆได้นานกว่าเดิม

25.. ความรัก คือ สิ่งที่ทำให้เกิดประกายไฟในหัวใจ

26.. ความรัก คือ การเริ่มคิดเป้าหมายเเห่งชีวิต

27.. ความรัก คือ การร่วมฝัน ร่วมปันใจเเละก้าวไปในชีวิต

28.. ความรัก คือ การอยู่เคียงข้างกันเสมอไม่ว่าอีกฝ่ายจะตกต่ำเพียงใด

29.. ความรัก ไม่ว่าจะเป็นเเบบไหนยังไงมันก็ต้องมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

30.. ความรัก เป็นนามธรรมที่มองไม่เห็นเเต่สัมผัสไได้ด้วยหัวใจ

31.. ความรัก ทำให้วันเลวร้ายไม่เป็นวันเลวร้ายที่สุด

32.. ความรัก ทำให้วันที่เเสนเศร้ากลายเป็นวันที่สุขที่สุดได้

33.. ความรัก เป็นสมบัติล้ำค่าที่ไม่สามารถจะหาได้ง่ายตามท้องถนน

34.. ความรัก ทำให้อะไรดีงามได้เสมอ

35.. ความรัก ที่รีบร้อนมักจะพบกับจุดสิ้นสุดได้รวดเร็วเสมอ

36.. ความรัก คือ สิ่งที่เเม้จะทำความเจ็บปวดให้ เเต่ก็ไม่มีใครที่กลัวหรือเกลียดชังความรัก

37.. ความรัก ไม่ได้จบลงเเค่การเเต่งงานหรือมี SEX เท่านั้น

38.. ความรัก คือสิ่งที่คุณจะพบได้เองโดยมิต้องเเสวงหา

39.. ความรักคือ สิ่งที่ยืนยาวกว่าชีวิตคนคนนึง

40.. ความรัก ส่วนมากมักจะเติบโตมาจากความเป็นเพื่อน เเละมักจะยืนยาวเสมอ

41.. ความรัก ในยามเเรกรัก คือช่วงเวลาของรักที่หวานหอมมากที่สุด

42.. ความรัก ครั้งเเรกเเละครั้งสุดท้ายมักจะเป็นรักในตนเอง

43.. ความรัก ทำให้คนกลายเป็นกวี

44.. ความรัก ไม่ใช่การมองตากัน เเต่เป็นการมองไปในทิศทางเดียวกัน

45.. ความรัก ไม่ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใดก็ไม่มีคำว่าสายไป

46.. ความรัก คือสิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นในชีวิตคุณ

47.. ความรัก ทำให้ทุกอย่างสว่างเเละสดใส

48.. ความรัก คือการพึงพอใจในสิ่งที่รัก

49.. ความรัก จะมีคุณค่าได้ต่อเมื่อ คนที่รักต้องให้เกียรติ์ซึ้งกันเเละกัน

50.. ความรัก บางทีก็เป็นสะพานทอดไปสู่การเเต่งงาน 


ที่มา http://www.narak.commothtuk Date : 11 Feb 2008 17:59

วันพฤหัสบดีที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2559

    ความรักเป็นสิ่งสวยงาม สิ่งที่ทำให้โลกนี้น่าอยู่ มีความหมาย และบางครั้ง ความรักกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับใครหลายคนมีชีวิตอยู่ต่อบนโลกใบนี้ ความรู้สึกที่ดี ๆ อบอุ่น และเอื้ออาทรต่อกันและกัน เป็นอาการของคนที่มีรักทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับว่า ความรักจะไปเกิดขึ้นกับใคร และที่ไหน เวลาใด ความรักไม่มีตัวตน มองไม่เห็นด้วยตา แต่ใช้หัวใจมอง และผลของความรักก็เกิดขึ้นได้เป็นรูปธรรม 
   ความรักเปรียบได้กับหลายสิ่ง… เพราะมีมุมมองที่แตกต่างกันไปของคนที่มอง 
คนบางคนเปรียบเทียบว่า ความรักเหมือน หนังสือ …. เรามักจะเลือกอ่านหนังสือที่เราชอบ ถ้าเราชอบหนังสือนิยาย เราก็จะอ่านแต่นิยาย  ถ้าเราชอบหนังสือตลก เราก็เลือกแต่อ่านหนังสือตลก เราแต่ละคนก็เลือกคนรักในสไตล์ที่เราชอบ ที่เราคิดว่าเป็นแบบตัวเราที่สุด     หนังสือบางเล่ม ปกสวยงาม น่าหยิบมาอ่าน เราเห็นแล้วอยากจะจับจองเป็นเจ้าของ แม้ว่าจะแพงแค่ไหน ก็ต้องซื้อมาอ่านให้ได้ แต่พอเราได้อ่านจริงๆ เรากลับพบว่า เนื้อหาแย่มาก  …. และหนังสือส่วนใหญ่หน้าปกสวยงามทั้งนั้น 
………. แต่หนังสือบางเล่ม หน้าปกดูอาจจะไม่สวยงามเท่าไหร่ แต่ชื่อหนังสือน่าสนใจ พอได้หยิบมาอ่าน วางไม่ลง สนุก น่าติดตาม อ่านจนจบเล่ม พออ่านจบ เก็บไว้อย่างดี หยิบมาอ่านเมื่อไหร่ ยิ้มทุกที ….
………. แต่บางเล่ม อ่านแล้ว สนุก น่าติดตาม อ่านจนจบเล่มแล้ว ก็ไม่อยากอ่านต่อ แต่ก็เก็บหนังสือไว้บนชั้นปรกติ ถามว่า ถ้าจะให้อ่านอีกรอบเอาไหม  ไม่เอา รู้เรื่องหมดแล้ว ไม่อ่านอีก แต่ไม่ทิ้ง เก็บไว้ รออ่านหนังสือเล่มอื่น ๆ อีก ….
           ว่ากันว่า…คนที่ไม่ชอบอ่านหนังสือ ก็ใช่ว่าจะมีหนังสือเล่มโปรดที่ชอบไม่ได้ 
             ฉะนั้น คนที่เราไม่คิดอยากจะรู้จัก อาจจะเป็นคนที่ดีที่สุดในชีวิตเราก็เป็นได้ 
  หรือ การชอบหนังสือสักเล่ม ไม่ได้หมายความว่า หนังสือเล่มนั้นจะดีไปซะทุกหน้า ทุกบรรทัด 
  เช่นเดียวกันกับที่ว่า การที่เรารักใครสักคน ก็ไม่ได้หมายความว่า เขาคนนั้นจะไม่มีข้อเสียอะไรเลย…
   ฉะนั้น อย่ารู้สึกเสียดายเวลากับการอ่านหนังสือบางเล่มจนจบ แล้วค้นพบว่าเป็นหนังสือที่เราไม่ถูกใจเอาซะเลย…จงรู้สึกดี กับการใช้เวลากับใครสักคนหนึ่งอย่างเต็มที่ ถึงแม้ว่าท้ายที่สุด เขาคนนั้นอาจจะไม่ใช่คนที่เราคิดหวังหรือตั้งใจไว้ เพราะอย่างน้อย ต่อจากนี้ไป เราจะได้เลือกคนที่ถูกและใช่สำหรับเราสักที …..

บางคนเปรียบความรักเหมือน อากาศ … มองไม่เห็น แต่สัมผัสได้ และจำเป็น ขาดอากาศไม่ได้เด็ดขาด …ส่วนใหญ่จะรู้คุณค่าของ อากาศ ก็ต่อเมื่อตอนเราใกล้หมดสติ ขาดอากาศหายใจ ทุรนทุรายอยากได้อากาศหายใจมาต่อชีวิต ณ นาทีนั้น ยอมทำทุกอย่างให้ได้อากาศมา  แต่พออยู่สบายๆ ไม่ได้เห็นความสำคัญของอากาศ ……นี้แหละคือคุณค่าของความรัก ที่มักจะโดนมองข้ามไปเสมอ ๆ 


บางคนก็เปรียบ ความรักเหมือน นาฬิกาทราย ด้านบน ทรายก็หล่นไปด้านล่าง ค่อย ๆ หมดไป แต่ด้านล่าง ก็มีทรายเพิ่มขึ้นทุกที ๆ เมื่อมีการให้ การรับ ต้องมีการแบ่งปันด้วย หากว่าทรายด้านบนหมดเมื่อไหร่ ก็ถึงเวลาที่ต้องกลับนาฬิกาทรายให้ทรายกลับมาหล่นใหม่อีกรอบ มีการสลับกันไปมาแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ไม่งั้น อีกฝ่ายให้ อีกฝ่ายรับอย่างเดียว เมื่อถึงที่สุดแล้วอาจจะทนอยู่ต่อไปไม่ไหว…เพราะไม่มีการแบ่งปันเกิดขึ้นเลย 
บางคนก็เปรียบเทียบ ความรัก เหมือนดอกกุหลาบ…สวยงาม หอม ชวนดม มีสีสันมากมาย ให้สัมผัส แต่ระวังให้ดี มันมีหนามมาด้วย หากไม่ระวังให้ดี อาจจะบาดมือได้ เลือดออก เพราะโดนหนามแทง… แต่หลายคนก็พร้อมที่จะเข้าไปหยิบดอกกุหลาบนั้นเสมอ ๆ  แม้จะรู้ว่า มันมีหนามคม !!!!!  

ไม่ว่าความรักจะเปรียบเหมือนอะไรก็ตามแต่  ความรักมีข้อดีกว่าข้อเสียเสมอ …..( มีใครแอบเถียงว่าไม่จริงบ้างไหม ) …. มีความสุข เพราะมันหล่อเลี้ยงให้หัวใจของคนเคนที่มีความรักเท่านั้น ที่สามารถบอกได้ว่าทำไม การมีความรักจึงเป็นสิ่งสวยงาม และราให้มีความสุข มีความอิ่มเอมใจ ที่บางครั้งเงินทองก็ไม่สามารถมาแทนที่ได้  ก็เพราะความรักนี้แหละที่ทำให้ใครบางคน เปลี่ยนไปเป็นคนละคนได้ และสามารถทำให้ใครบางคนยอมทำเรื่องบางเรื่องที่ไม่เคยคิดว่า ตัวเองจะทำได้ …..เพราะมันคือ ความรัก …..